คุ้มครองเงินฝาก: ใครได้รับความคุ้มครอง และวิธีคิดวงเงินเมื่อมีหลายบัญชี

เรียนรู้ระบบคุ้มครองเงินฝากในไทย วงเงิน 1 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบัน ใครได้รับคุ้มครอง เงินฝากประเภทใด และวิธีคิดเมื่อมีหลายบัญชี อัปเดตจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

ปรับปรุงล่าสุด 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026

ภาพเรขาคณิตของโล่คุ้มครองเงินฝากที่ครอบคลุมบัญชีเงินฝากหลายบัญชีและสัญลักษณ์ธนาคารไทย

ระบบคุ้มครองเงินฝากคืออะไร?

การคุ้มครองเงินฝากเป็นนโยบายของภาครัฐเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ฝากเงินว่า หากสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ฝากจะได้รับเงินคืนภายในวงเงินที่กฎหมายกำหนด โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการจ่ายเงินคืนให้ผู้ฝากตาม พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551

ใครได้รับความคุ้มครอง?

ตามข้อมูลจาก เว็บไซต์สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ผู้ฝากที่ได้รับความคุ้มครองมี 2 ประเภท:

  • บุคคลธรรมดา ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ (ยกเว้นบัญชี Non-Resident Baht Account ซึ่งไม่อยู่ในความคุ้มครอง)
  • นิติบุคคล เช่น บริษัท กองทุน มูลนิธิ วัด สมาคม สหกรณ์ บริษัทประกันภัย และบริษัทประกันชีวิต

ผู้ฝากจะได้รับความคุ้มครองทันทีเมื่อเปิดบัญชีเงินฝากที่เป็นสกุลเงินบาทกับสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก

เงินฝากประเภทใดที่ได้รับความคุ้มครอง?

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง 5 ประเภท ตามที่ระบุใน FAQ ของ สคฝ.:

  1. เงินฝากกระแสรายวัน
  2. เงินฝากออมทรัพย์ / สะสมทรัพย์ / เผื่อเรียก
  3. เงินฝากประจำ
  4. บัตรเงินฝาก
  5. ใบรับฝากเงิน

เงื่อนไขสำคัญ: ต้องเป็นบัญชีเงินบาทที่เปิดในประเทศไทย และเปิดกับสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากเท่านั้น

ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง

เงินฝากและผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่อไปนี้ ไม่ได้รับความคุ้มครอง จาก สคฝ.:

  • เงินฝากประเภทเงินตราต่างประเทศ
  • บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-Resident Baht Account)
  • เงินฝากที่มีอนุพันธ์แฝง
  • เงินฝากระหว่างสถาบันการเงิน
  • เงินฝากในสหกรณ์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (เช่น ธนาคารออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส. ฯลฯ)
  • กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet / e-money)
  • เช็ค แคชเชียร์เช็ค ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ของสถาบันการเงิน
  • ผลิตภัณฑ์ประกันประเภทออมทรัพย์ กองทุนรวม สลากออมสิน พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วสัญญาใช้เงิน สกุลเงินดิจิทัล

วงเงินคุ้มครองปัจจุบัน

วงเงินคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมายอยู่ที่ 1 ล้านบาท ต่อ 1 รายผู้ฝาก ต่อ 1 สถาบันการเงิน (ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 เมษายน 2567 จาก หน้าภาพรวมการคุ้มครองเงินฝาก)

หากสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ฝากจะได้รับเงินคืนภายใน 30 วัน ส่วนเงินฝากที่เกิน 1 ล้านบาทจะได้รับคืนจากการชำระบัญชี (ไม่รับประกันว่าจะได้เต็มจำนวน)

วิธีคิดความคุ้มครองเมื่อมีหลายบัญชี

กรณีผู้ฝากมีบัญชีเงินฝากหลายบัญชีในสถาบันการเงินเดียวกัน (รวมทุกสาขาทั่วประเทศ) จะต้องนำเงินฝากทุกบัญชี (เงินต้นรวมดอกเบี้ย) ของผู้ฝากรายนั้นมาคำนวณรวมกัน ตาม คำอธิบายใน FAQ:

“ผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝาก…ในกรณีที่ผู้ฝากมีบัญชีเงินฝากหลายบัญชีที่เปิดอยู่กับสถาบันการเงิน 1 แห่ง จะต้องนำเงินฝาก (เงินต้นและดอกเบี้ย) ในทุกสาขาและทุกบัญชีของสถาบันการเงินแห่งนั้นมารวมคำนวณ หากอยู่ในวงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท ผู้ฝากจะได้รับเงินคุ้มครองเต็มจำนวน”

ตัวอย่าง: หากคุณมีบัญชีออมทรัพย์ 500,000 บาท และบัญชีประจำ 700,000 บาท รวมเป็น 1,200,000 บาท ในธนาคารเดียวกัน คุณจะได้รับความคุ้มครองเพียง 1 ล้านบาท ส่วนที่เกิน 200,000 บาท จะได้รับคืนจากการชำระบัญชี

สิ่งที่ผู้ฝากควรตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบรายชื่อสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง ปัจจุบันมี 33 แห่ง ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ 17 แห่ง สาขาธนาคารต่างประเทศ 11 แห่ง ธนาคารไร้สาขา 1 แห่ง บริษัทเงินทุน 1 แห่ง และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ 3 แห่ง (ดูรายชื่อล่าสุดได้ที่ เว็บไซต์ สคฝ.)

  2. ตรวจสอบประเภทบัญชี ว่าเป็นบัญชีเงินบาทที่ได้รับความคุ้มครองหรือไม่ โดยเฉพาะบัญชี e-Saving หรือบัญชีออนไลน์ก็ได้รับความคุ้มครองเช่นกัน

  3. ติดตามวงเงินคุ้มครองล่าสุด จาก เว็บไซต์สถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือโทรศัพท์ DPA Contact Center 1158

  4. พิจารณาการกระจายเงินฝาก หากมีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาทในสถาบันการเงินเดียวกัน อาจพิจารณาแยกฝากในหลายสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองเต็มจำนวน (ตามที่ธนาคารกรุงเทพแนะนำใน บทความเกร็ดความรู้ ว่าสามารถเลือกกระจายเงินฝากเพื่อบริหารความเสี่ยงได้)

สรุป

ระบบคุ้มครองเงินฝากช่วยสร้างความมั่นคงให้ผู้ฝากเงินรายย่อย โดยคุ้มครองวงเงิน 1 ล้านบาทต่อรายต่อสถาบันการเงิน ผู้ฝากควรรู้จักประเภทเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง วิธีคำนวณเมื่อมีหลายบัญชี และตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากเสมอ เพื่อวางแผนการเงินของตนเองได้อย่างเหมาะสม

แหล่งข้อมูล

  1. dpa.or.th — ข้อมูลทางการเกี่ยวกับผู้ฝากเงินและประเภทเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026)
  2. dpa.or.th — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวงเงิน เงื่อนไข และการจ่ายคืนเงินฝาก (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026)
  3. finnomena.com — คำอธิบายวงเงินคุ้มครองเงินฝากและแนวทางกระจายเงินฝาก (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026)
  4. dpa.or.th — ข้อมูลทางการเกี่ยวกับวงเงินคุ้มครองต่อผู้ฝากและต่อสถาบันการเงิน (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026)
  5. bangkokbank.com — คำอธิบายประเภทบัญชีและวงเงินคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมาย (เข้าถึงเมื่อ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 2026)

แชร์บทความ